ประวัติการก่อตั้ง “คามิลเลียน โซเชียล เซนเตอร์ ปราจีนบุรี

 
ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2505 คณะนักบวชคามิลเลียนซึ่งในขณะนั้นทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลใน อ.ศรีราชาซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาดเล็กโดยเช่าจากภราดาคณะเซนต์คาเบรียลได้ ออกไปเยี่ยมและค้นหาผู้ป่วยโรคเรื้อนในบริเวณอำเภอศรีราชาและจังหวัดใกล้เคียงโดยเฉพาะที่ระยองและเนื่องจากผู้ป่วยในบริเวณดังกล่าวยากจนและถูกทอดทิ้งจึงเกิดความคิดที่จะรวมผู้ป่วยให้มาอยู่ในสถานที่เดียวกันเพื่อการรักษาที่มีคุณภาพ จึงได้เลือกสถานที่บริเวณตำบลโคกปีบเพื่อสร้างเป็นนิคมช่วยตนเองชื่อว่า”นิคมนักบุญคามิลโล”ซึ่งต่อมาไม่นานพระสังฆราชสงวน สุวรรณศรี ประมุขสังฆมลฑลจันทบุรีในขณะนั้นได้ทราบแผนงานดังกล่าวจึงได้เสนอที่ดินที่บ้านโคกวัด แก่คณะนักบวชคามิลเลียนเพื่อสร้างเป็นนิคมช่วยตนเองและต่อมาได้ซื้อที่ดินในบริเวณใกล้เคียงเพิ่มขึ้น
 

จึงเริ่มการก่อสร้าง โดยการสนับสนุน ของหน่วยวิศวกรรมของทหารสหรัฐอเมริกาที่มาก่อสร้างถนนสาย 331-304 โดยนำเครื่องจักรกลมาช่วยในการปรับพื้นที่ คณะนักบวชคามิลเลียนได้เริ่มดำเนินการดูแลผู้ติดเชื้อโรคเรื้อนที่ตำบลโคกปีบ จังหวัดปราจีนบุรีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2508 เป็นต้นมา โดยใช้ชื่อว่า “นิคมนักบุญคามิลโล โคกวัด” เป็นศูนย์สงเคราะห์ ให้การรักษาและที่พักอาศัยแก่ผู้ป่วยโรคเรื้อนระยะต่าง ๆ ที่ยากจนและถูกทอดทิ้ง ตลอดจนสนับสนุนอาชีพเสริมเช่นแกะสลักไม้ ทอผ้า เลี้ยงสัตว์ ปลูกพืชสวนครัว เพื่อเพิ่มรายได้ ซึ่งจัดให้มีขึ้นบนที่ดินของศูนย์
 

จากอดีตจนถึงปัจจุบันวิวัฒนาการด้านการแพทย์มีความก้าวหน้าตามยุคสมัย มีการค้นคว้าและวิจัยซึ่งทำให้โรคเรื้อนเป็นโรคที่รักษาหายขาดได้ ตามข้อมูลจำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อนในประเทศไทยลดลงอย่างมากจนไม่ถือเป็นปัญหาของสังคมอีกต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีคนยากจนจำนวนมากที่ไร้ที่พึ่งและขาดคนดูแล โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ซึ่งต้องการความช่วยเหลือจากสังคม รวมทั้งสมาชิกภายในนิคมนักบุญคามิลโล ส่วนใหญ่หายป่วยแล้วและมีอายุมากขึ้น ดังนั้น ในปี พ.ศ. 2545 มูลนิธิคณะนักบุญคามิลโลแห่งประเทศไทย  จึงได้เปลี่ยนชื่อสถานพักฟื้นโรคเรื้อนโคกวัด เป็น “ คามิลเลียน โซเชียล เซนเตอร์ ปราจีนบุรี ” เพื่อดำเนินการช่วยเหลือผู้ทุพพลภาพและสงเคราะห์ผู้ยากไร้ต่อไป

 

ปัจจุบันคามิลเลียน โซเชียล เซนเตอร์ ปราจีนบุรีเป็นหน่วยงานสาธารณะกุศลโดยไม่ได้คิดค่าตอบแทนใดๆ ให้การดูแลผู้ทุพพลภาพและผู้สูงอายุยากไร้แบบองค์รวม คือ ด้านร่างกาย ด้านจิตใจ  ด้านสังคม และด้านจิตวิญญาณ แก่ผู้ทุพพลภาพและสงเคราะห์ผู้สูงอายุทั้งภายในศูนย์สงเคราะห์คามิลเลียน และผู้สูงอายุที่อยู่กับครอบครัว(ชุมชน) โดยรวมประมาณ 150 คน   ด้วยความตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะมอบวันและเวลาให้ผู้สูงอายุยากไร้และทุพพลภาพ ได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า และมีความสุขปราศจากความกังวลและทุกข์ใจใด ๆ ในช่วงบั้นปลายแห่งชีวิต



ดังปณิธานแห่งนักบุญคามิลโลผู้ก่อตั้งคณะว่า "ดูแลผู้ป่วยดุจมารดาที่ห่วงใยต่อลูกน้อยเพียงคนเดียวยามเจ็บป่วย" คือความตั้งใจเดียวของคามิลเลียน โซเชียล เซนเตอร์ ปราจีนบุรี ที่ให้การดูแลผู้สูงอายุยากไร้และทุพพลภาพด้วยความรักและความเอาใจใส่ สืบทอดเจตนารมณ์ของนักบุญคามิลโล  และด้วยความตั้งใจนี้เราจึงพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผู้สูงอายุยากไร้และทุพพลภาพ เพื่อสร้างรอยยิ้ม ความสุขและสันติในใจให้กลับคืนมาอีกครั้ง